สมาชิก
ตระกร้าสินค้า

ผลิตภัณฑ์ > ผลิตภัณฑ์ดูแลหัวใจและหลอดเลือด
ราคา 1,400.00 บาท
โปรโมชั่น 1,200.00 บาท


Lo Chole ผลิตภัณฑ์ลดไขมันในเส้นเลือด

Lo Chole ผลิตภัณฑ์ลดไขมันในเส้นเลือด ปกติราคา 1,400.00 พิเศษ 1,200.00 บาท
Lo Chole ผลิตภัณฑ์ลดไขมันในเส้นเลือด 2 ขวด ปกติราคา 2,800.00 พิเศษ 2,100.00 บาท
Lo Chole ผลิตภัณฑ์ลดไขมันในเส้นเลือด 3 ขวด แถม 1 ปกติราคา 5,600.00 พิเศษ 3,600.00 บาท
Lo Chole + Organic Tea สำหรับผู้เป็นเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง ปกติราคา 2,490.00 พิเศษ 2,000.00 บาท
Categories
> ผลิตภัณฑ์สำหรับท่านชาย
> ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะ
> ผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก
> ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า
> ผลิตภัณฑ์ดูแลหัวใจและหลอดเลือด
> ผลิตภัณฑ์ลดน้ำตาลในกระแสเลือด

 

 

Lo-Chole คืออะไร

Lo-Chole เป็นอาหารเสริมลดไขมันในเลือด โดยสามารถ

1. ช่วยลดการดูดซึมไขมันใหม่จากการรับประทานอาหารเข้าสู่ร่างกายหลังมื้ออาหารหนักๆ ได้ทันที

2. ช่วยลดไขมันที่สะสมในร่างกาย คือสามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ได้แก่ Cholesterol, triglycerides (คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์) 

 

ผลิตจาก Red Yeast Rice (ข้างแดงหมัก) และถั่วหมัก (Nattokinase) สามารถใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันในกลุ่ม Statin ได้ จึงเหมาะกับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง และผู้ที่ต้องการหยุดทานยา หรือไม่สามารถทานยาได้ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องค่าเอ็มไซม์ในตับสูงเนื่องจากกินยามาหลายปี หรือผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากผลข้างเคียงจากการทานยา

 

Lo-Chole

  • เป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ และผ่านการรับรองจาก อย. ไทย
  • โรงงานผลิตผ่านมาตราฐาน GMP 
  • ผ่านการตรวจสอบสารพิษตกค้าง 
  • เห็นผลในการลดไขมันในเลือด ตั้งแต่เดือนแรกที่ใช้ "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล"
  • มีผลวิจัยทางการแพทย์ยืนยัน (อ่านได้ด้านล่าง)

 

วีธีการทาน

ทานทุกวัน วันละ 2 เม็ดหลังอาหารเย็น เมื่อต้องการลดไขมันในเลือด

/ หรือทานครั้งละ 2 เม็ดหลังอาหารมื้อหนักๆ หรือมื้อที่มีไขมันสูง มื่อปิ้ง ย่าง ต่างๆ เพื่อลดการดูดซึมไขมันเข้าสู่ร่างกาย

 

Lo-Chole ได้รับการอนุญาติจาก อย. ไทย ---- มั่นใจ ผลิตจากธรรมชาติ -----

อย ของ lo-chole

 

ทำไมต้อง Lo-Chole

ผลลัพท์ก่อนและหลังใช้ Lo-Chole

จากผลเลือดด้านบนจะเห็นว่า

  • ค่า Cholesterol (คอเลสเตอรอล) ลดลงจาก 159 เหลือเพียง 119.5 และ
  • ค่า triglycerides (ไตรกลีเซอไรด์) ลดลงจาก 199 เหลือเพียง 135 ในเวลาเพียงแค่ 1 เดือน

 

 

เมื่อเปรียบเทียบกับอาหารเสริมจากธรรมชาติชนิดอื่นๆ

น้ำมันพืช เช่น น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว

น้ำมัน ดอกคำฝอย เป็นต้น น้ำมันเหล่านี้มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว Polyunsaturated fatty acid, PUFA คือ Linoleic และ Monounsaturated fatty acid, MUFA คือ Oleic ซึ่งมีฤทธิ์ในการลดโคเลสเตอรอลและแอล ดี แอล โคเลสเตอรอล นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่ม เอช ดี แอล โคเลสเตอรอล ซึ่งเป็นไขมันชนิดดีด้วย  สารสกัดที่เป็นตัวออกฤทธิ์สำคัญ คือ gamma-oryzanol ซึ่งมีงานวิจัยเกี่ยวกับผลดีของ oryzanol หลายฉบับ แต่ความสามารถในการลดไขมันโคเลสเตอรอลยังน้อยกว่า Red yeast rice อยู่มาก

กระเทียม และน้ำมันปลา (Fish Oil)

สามารถลดไขมันคอเลสเตอรอลได้หรือไม่ ?

คำตอบ คือ กระเทียมสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลได้น้อยมากจนแทบไม่มีความสำคัญทางคลินิก สำหรับน้ำมันปลานั้น ไม่ช่วยลดคอเลสเตอรอล แต่ในน้ำมันปลาที่มีความเข้มข้นสูง EPA/DHA สูงๆจึงสามารถช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ได้เป็นอย่างดี

 

 

 

* ผลลัพธ์ที่ได้รับหลังใช้ Lo-Chole ในแต่ละบุคคลอาจไม่เหมือนกันขึ้นกับสุขภาพของผู้ใช้และปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย 

 

 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ประโยชน์ของ Lo-Chole

Lo-Chole ดีอย่างไร

- ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ได้แก่ Cholesterol, Triglycerides (ควบคุมคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์)

- ลดความเสี่ยงต่อโรคจากภาวะเส้นเลือดตีบ อันได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต 

- สามารถใช้ทดแทนยาในกลุ่ม Statin ได้ (ยาสำหรับป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ) จึงสามารถใช้กับผู้ป่วยที่มีปัญหาไม่สามารถทาน Statin ได้เช่นผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับได้

- ไม่มีการสะสมในตับ

- มีผลการจิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าเห็นผลชัดเจน และได้รับการรับรองนำเข้าจาก อย. ไทย

 

 

ส่วนผสมที่สำคัญใน Lo-Chole มี 2 อย่างคือ

 ส่วนผสมของ Lo-Chole

1) Natto

เป็นอาหารพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่น ทำจากถั่วเหลือง หมักด้วยเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis สายพันธุ์ natto นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า นัตโตอุดมไปด้วยโปรตีน เช่นเดียวกับมิโซะ ทำให้เป็นแหล่งโภชนาการที่สำคัญของญี่ปุ่นมาช้านานและคุณค่าทางโปรตีนที่สูง ทำให้สามารถใช้แทนเนื้อสัตว์ได้ แต่เนื่องจากนัตโตมีกลิ่นแรงและมีลักษณะเป็นเมือกซึ่งเกิดจากการย่อยโปรตีน ระหว่างการหมัก ดังนั้นจึงทำให้มีทั้งผู้ที่ชอบและไม่ชอบ ในญี่ปุ่นนิยมรับประทานกันในแถบภาคตะวันออก เช่น คันโต โทโฮะกุ

 

2) Red yeast rice หรือ ข้าวแดงหมัก คืออะไร

Red yeast rice หรือที่เราเรียกกันว่าข้าวแดงหมัก/ ข้าวหมักแดง มีการนำไปใช้ทำเป็นทั้งยาและเครื่องปรุงรสอาหาร รวมถึงใช้ทำเป็นสีผสมอาหาร มานานนับศตวรรษแล้ว วิธีการผลิต เกิดจากการหมักข้าวสารกับเชื้อราชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า โมนัสคัส เพอพิวรัส(monascus purpureus) ที่อุณหภูมิและความชื้นพอเหมาะ เชื้อรานี้จะย่อยข้าวจนนุ่ม และสร้างสีแดงคล้ำขึ้นในเมล็ดข้าว สีแดงคล้ำที่เชื้อราสร้างขึ้นนี้ประกอบด้วยสาร 2 ชนิด คือ โมนาสโครูบิน (monascorubin) สีแดง และโมนาสโคฟลาวิน (monascoflavin) สีเหลือง

 

เมื่อนำข้าวที่ได้จากการหมักไปตากให้แห้งจะได้ข้าวแดงที่มีสีและกลิ่นเฉพาะตัวของมันเอง ผู้บริโภคหลายเชื้อชาติได้ใช้ข้าวแดงผสมอาหารด้วยวิธีการต่างๆ กัน เช่น ชาวจีนใช้ทำเต้าหู้ยี้แดง โดยวิธีหมักเต้าหู้กับเกลือก่อน แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ราขาวขึ้น แล้วจึงนำไปหมักกับน้ำแป้งข้าวหมัก ซึ่งมีข้าวแดงบดละเอียดผสมอยู่ ทิ้งไว้ 45 วันก็จะได้เต้าหู้แดงสำหรับกินได้ ชาวฟิลิปปินส์ใช้ข้าวแดงบดละเอียดผสมลงไปในกะปิ ใช้ย้อมไข่ปลาเค็ม ผสมในปลาเจ่า เพื่อให้มีสีสวยและกลิ่นหอมน่ากิน

 

สำหรับประเทศไทยนิยมใช้ข้าวแดงผสมยาจีนกันมาก เพราะข้าวแดงมีธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินอยู่ด้วย จากผลการตรวจวิเคราะห์ของกรมวิทยาศาสตร์บริการพบว่า ข้าวแดงมีปริมาณวิตามินบีสองสูงกว่าข้าวสารถึง 185 เท่า นอกจากนี้ยังใช้ข้าวแดงทำเต้าหู้ยี้ชนิดแดงและประกอบอาหารบางชนิด เช่น หมูแดง เพื่อให้ดูมีสีแดงน่ากิน จากการเก็บตัวอย่างอาหารหมักและอาหารพื้นเมืองบางประเภทของกรมวิทยาศาสตร์บริการ เช่น กะปิ กุ้งแห้ง และปลาเค็ม มาวิเคราะห์พบว่า สีแดงที่ผสมในอาหารส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้สีผสมอาหาร ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการใช้สีดังกล่าว ผู้ผลิตหรือผู้ทำอาหารหมักหรืออาหารพื้นเมืองอาจใช้ข้าวแดงผสมลงไปในผลิตภัณฑ์อาหารแทนสีที่ไม่ใช่สีผสมอาหารที่ใช้อยู่ เพราะนอกจากจะทำให้อาหารมีสีสวยแล้ว ยังได้คุณค่าทางอาหารอีกด้วย

 

                                                       

 

เมื่อเรานั่งไล่เรียงดูแล้วจะพบว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากข้าวหมักแดงมีมากมายหลายชนิดทั้ง เต้าหู้ยี้ ไวน์แดงที่ทำจากข้าว (Shao-Hshing wine), เหล้าจีนที่ทำจากข้าว (kaollang), กะปิ, กุ้งแห้ง, ปลาเค็ม ซึ่งสารอาหารในธรรมชาติที่ให้สีแดงในข้าวหมักแดง มีคุณประโยชน์อย่างมาก ซึ่งเมื่อเอาสารสีแดงดังกล่าว มาตรวจวิเคราะห์ ทำให้พบว่ามีสารที่เรียกชื่อว่า monacolin-K ที่มีการเอกสารยืนยันทางการแพทย์หลายฉบับเกี่ยวข้องคุณสมบัติในการป้องกันโรคหัวใจ และลดไขมันในเลือด ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนยาลดไขมัน กลุ่ม statin ที่ชื่อว่า lovastatin ดังนั้น คนที่รับประทาน red yeast rice จึงเสมือนได้รับประทานยา lovastatin ประมาณ 10-15 มิลลิกรัมไปในตัว ตรงนี้จึงเป็นคำอธิบายว่า ทำไมกลุ่มได้สารเสริมอาหาร red yeast rice ถึงลดไขมันได้ และที่น่าสนใจคือปริมาณเทียบเท่าของ ยาดังกล่าวมีขนาดน้อยแต่มีประสิทธิภาพมากกว่ายารับประทาน จริง ๆ หลายเท่า อีกทั้งยังไม่มีรายงานผลข้างเคียง และภาวะการสะสมในตับ อีกด้วย 

 

 

ผลงานวิจัยที่มีการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ทั่วโลก

อธิบายเปรียบเทียบการใช้ Nattokinase + Red Yeast Rice ในการลดไขมันในเลือด ซึ่งเห็นผลดีกว่าการใช้ Red Yeast Rice อย่างเดียว

<-----คลิกอ่านฉบับเต็มได้เลยค่ะ

 

Monokolin K คืออะไร

คือสารสำคัญที่ได้จากการสกัด red yeast rice มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับยาลดไขมันในกลุ่ม statin ที่ชื่อ lovastatin ซึ่งพบว่ามีบทบาทสำคัญสุดในการยับยั้งไม่ให้ เอนโซม์ เอชเอ็มจี – โคเอ็มไซม์ รีดักเทส (HMG-CoA reductase) ออกฤทธิ์และสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ โดยสามารถออกฤทธิ์และสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ดี

      การวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้รายงานว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตร่วมกับการรับประทานอาหารสารเสริม red yeast rice ช่วยลดไขมันตัวร้าย (LDL : low density lipoprotein) ได้ดีพอ ๆ กับการรับประทานยาลดไขมัน


       ในการวิจัยล่าสุด คุณหมอเดวิด เบ็กเกอร์ (David Becker) และคณะที่โรงพยาบาล Chestnut Hill มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา คุณหมอเดวิดได้ศึกษาคนที่มีพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ชนิดที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมานานกว่า 13 ปี กล่าวว่ากลุ่มคนเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับยาลด ไขมันประเภท statin ตลอดชีวิต และเมื่อคนเหล่านี้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานก็ช่วยลดไขมัน ได้เพิ่มอีกเพียงร้อยละ 5 และเมื่อรับประทานยาไปนาน ๆ ก็มีปัญหาเรื่องตับจึงต้องหารหาอะไรมาทดแทน

 

 ประโยชน์ที่สำคัญจาก Red Yeast Rice

 

1.) สารลดคอเลสเตอรอลที่ชื่อว่า Monacolin K ซึ่งเป็นสารคอเลสเตอรอลจากธรรมชาติ สามารถลดได้ทั้งคอเลสเตอรอลชนิด LDL และไตรกรีเซอไรด์ในหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

2.) กรดอะมิโน 18 ชนิด โดยแบ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็น 8 ชนิดและกรดอะมิโนไม่จำเป็น 10 ชนิด ความสำคัญของกรดอะมิโน คือ

 

- สร้างการเจริญเติบโต และรักษาสุขภาพให้แข็งแรง กระตุ้นการหลั่ง Growth Hormone

 

- ซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอของร่างกาย

 

- เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย

 

- เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆในร่างกาย

 

- เป็นแหล่งพลังงานเมื่อร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรตและไขมัน

 

3.) สารกาบา ( GABA ,gamma amino butyric acid) ซึ่งแปรรูปมาจากกรดอะมิโนชนิดหนึ่งทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท (neurotransmitter) ในระบบประสาทส่วนกลาง นอกจากนี้กาบายังเป็นสารสื่อประสาทประเภทสารยับยั้ง (inhibitor) โดยทำหน้าที่รักษาสมดุลในสมองทำให้สมองเกิดการผ่อนคลายและนอนหลับสบาย ทำหน้าที่กระตุ้นต่อมไร้ท่อ (anterior pituitary) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต ทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดความกระชับและสาร lipotropic ป้องกันการสะสมของไขมัน

 

4.) สารไคตินจากเชื้อรา ช่วยเสริมสร้างไขข้อของร่างกายและลดการเสื่อมของไขข้อในผู้สูงอายุ

 

5.) สารไคโตซานซึ่งเป็นอนุพันธ์ของไคตินที่ผ่านปฏิกริยาเคมีในร่างกาย จะช่วยทำหน้าที่ดักจับไขมันในร่างกาย เช่นไขมันตามระบบทางเดินอาหาร ในผู้ที่ชอบรับประทานของมันๆ เวลาถ่ายจะมีคราบไขมันปนออกมาด้วย รวมทั้งช่วยลดอาการท้องผูกอีกด้วย

 

6.) สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยปกป้องเซลส์ของร่างกายจากสารอนุมูลอิสระได้ ช่วยให้เซลล์ต่างๆทำงานได้อย่างเป็นปกติ

 

7.) สารยับยั้งการกลายพันธุ์ (Antimutagenic) ช่วยป้องกันการกลายพันธุ์ของเซลล์ไปเป็นเนื้องอกหรือมะเร็ง

 

ส่วนหนึ่งของเสียงตอบรับจากลูกค้า

 

 

 *ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

 

 

 

 *ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเปรียบเทียบ กับยารักษา "โรคไขมันในเลือดสูง" ในท้องตลาด
     ยาที่มีฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือดมีหลายกลุ่ม แต่กลุ่มที่ได้รับความนิยมและมีรายงานการใช้มากที่สุดคือ ยากลุ่ม HMGCoA Reductase ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่มีลดไขมันในประสิทธิภาพการรักษาได้ผลดีสำหรับมีเลือด ตัวอย่างยากลุ่มนี้ ได้แก่ atorvastatin, fluvastatin, rosuvastatin, pravastatin และ simvastatin เป็นต้น จากชื่อของยากลุ่มนี้ทุกตัวมีเอกลักษณ์ร่วมกัน คือ มักลงท้ายด้วยคำว่า "statin" จึงทำให้นิยมเรียกยากลุ่มนี้อีกชื่อหนึ่งว่ายากลุ่มสเตติน (statin)การเลือกใช้ยาควรจะต้องพิจารณาคุณสมบัติด้านต่างๆ ของยามาประกอบกัน เช่น ประสิทธิภาพการรักษา ผลเสียหรือผลข้างเคียง อันตรายอื่นๆ

 

ประสิทธิภาพของยากลุ่มสเตติน
     เนื่องจากไขมันในเลือดที่สำคัญมี 2 ชนิด คือคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ แต่ตัวที่เป็นปัญหามากที่สุดคือคอเลสเตอรอล เพราะถ้าระดับคอเลสเตอรอลสูง จะส่งผลทำให้เสี่ยงต่อความผิดปกติของหลอดเลือด เกิดการสะสมคราบไขมันในผนังของหลอดเลือด (Artheroma) ซึ่งเป็นท่อไหลเดินทางของเลือด ทำให้เกิดกระบวนการตีบตันของผนังหลอดเลือด (Atherosclerosis) หลอดเลือดตีบตัน และเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้น้อยลง ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองได้

 

ผลข้างเคียงของยากลุ่มสเตติน
     เรื่องผลข้างเคียงหรือผลเสียของยากลุ่มนี้ ขนาดที่ใช้ทั่วไปคือ atorvastatin ขนาดวันละ 10 และ 20 มก. และ simvastatin ขนาดวันละ 40 มก. มี โอกาสเกิดผลข้างเคียงได้น้อย ที่พบได้บ้าง เช่น ท้องผูก ท้องเสีย มึนงง ปวดหัว จุกเสียดแน่นท้อง เป็นต้น ซึ่งอาการข้างเคียงเล็กๆ น้อยๆ และไม่เป็นปัญหาจนผู้ป่วยต้องหยุดยา ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะทนหรือปรับตัวกับอาการเหล่านี้ได้ดี ส่วนผลข้างเคียงอีกชนิดหนึ่งคือ อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง และกล้ามเนื้ออักเสบ บางคนอาจปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเพียงเล็กน้อย แต่บางคนอาจปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง จนทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเดินไม่ไหว ซึ่งผู้ป่วยที่ใช้ยากลุ่มสเตตินนี้ควรสังเกตตนเองต้องแจ้งให้กับแพทย์ทราบ โดยเร็ว ถ้ามีอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อดังกล่าว อีกผลข้างเคียงหนึ่งที่ไม่พึงประสงค์ และพบได้บ่อยคือ การทำให้เกิดพิษต่อตับ ผู้ที่มีประวัติเคยเป็นโรคตับ และผู้ที่ดื่มแอลกอฮอลล์จัด จะต้องหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ เพราะยาอาจกระตุ้นให้โรคตับกำเริบหรือทำให้เกิดโรคตับ นอกจากนี้ยังมีผลข้างเคียงต่อระบบความจำเมื่อใช้ยาในกลุ่มนี้เป็นระยะเวลา ยาวนาน


     เมื่อมีประโยชน์ก็ย่อมจะมีโทษเช่นกัน ยากลุ่ม Statin Drugs ซึ่ง มีประโยชน์อย่างมากในการควบคุมระดับไขมัน คลอเลสเตอรอล ที่ไม่ดี ทำให้ช่วยชีวิตผู้ป่วยได้หลายล้านคนทั่วโลก แต่ในทางกลับกันก็พบว่ามันอาจจะมีผลเสียต่อร่างกายตามมา ทั้งนี้เราเริ่มได้รับรายงานเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์เกี่ยวกับยากลุ่ม ดังกล่าว เมื่อผู้ป่วยใช้ยากลุ่มนี้ติดต่อกันเป็นระยะเวลาหนึ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้อาการไม่พึงประสงค์นั้นบางอย่างเราก็เพิ่งจะทราบ แต่ยังมีอีกบางอย่างที่เรายังไม่ทราบเพราะยังไม่มีการรายงานออกมาหรือยังไม่ พบ อย่างเช่นเมื่อไม่นานมานี้เอง ได้มีรายงานเกี่ยวกับยากลุ่มดังกล่าวได้ไปยับยั้งการสร้างสารตัวหนึ่งที่ สำคัญมากต่อร่างกาย ที่เรารู้จักกันดีในนาม coenzyme Q10 (CoQ10) เจ้า CoQ10 มีความสำคัญมากในขบวนการต่างๆ ของร่างกาย เช่นขบวนการหายใจ และขบวนการสร้างพลังงานของ Mitochondria ในเซลต่างๆ เช่น หัวใจ สมอง ระบบประสาท กล้ามเนื้อ ฯลฯ หากเจ้า Mitochondria ทำ งานผิดปกติ หรือตายไป สามารถส่งผลให้หัวใจทำงานผิดปกติ หรือเกิดอาการหัวใจล้มเหลวได้ โรคพาณ์กินสัน อัลไซเมอร์ ดังนั้นจึงมีหมอจำนวนหนึ่งเชื่อว่าสาเหตุที่อาการหัวใจล้มเหลวเพิ่มมากขึ้น ในปัจจุบันอาจจะมาจากการใช้ยากลุ่ม Statin Drugs


     ได้มีคุณหมอแผนกประสาทวิทยา ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับไปทั่วโลกในด้านประสาทวิทยา ทำการศึกษาหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวและได้รายงานเรื่องราวดัง กล่าวในวารสาร The Journal Archives of Neurology เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2004 พบว่ายา atorvastatin ซึ่งเป็นยากลุ่ม Statin Drugs มีผลต่อ Co-Q10 ในร่างกาย การศึกษานี้กระทำโดยใช้ผู้ป่วย 34 คนที่มีอายุเกินกว่า 45 ปีขึ้นไปที่ได้รับยา atorvastatin โดยก่อนที่จะได้รับยาดังกล่าวจะทำการวัดระดับ Co-Q10 ไว้ก่อน จากนั้นก็ให้ผู้ป่วยได้รับยา atorvastatin จำนวน 80 มิลลิกรัมต่อวัน


     14 วันหลังจากที่ได้รับยา atorvastatin พบว่า ผู้ป่วย 32 คนมีระดับของปริมาณ Co-Q10 ในกระแสเลือดลดลงถึง 49% และเมื่อครบ 30 วัน ระดับของปริมาณ Co-Q10 ในกระแสเลือดก็ลดลงมากขึ้นไปอีก จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ายา atorvastatin มีผลอย่างชัดเจนต่อระดับปริมาณ Co-Q10 ในกระแสเลือด ทั้งนี้ผู้ป่วยบางคนลดลงถึง 60% ที เดียว การศึกษาดังกล่าวเป็นเพียงการศึกษาในระยะที่สั้นมาก อีกทั้งไม่มีการรายงานอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง แต่ก็มีผู้ป้วยคนหนึ่งที่ได้รายงานว่ามีอาการเจ็บแปลบๆ ที่ขา ซึ่งเมื่อลดปริมาณยาลงครึ่งหนึ่งอาการก็หายไป


     การศึกษานี้ได้สรุปผลออกมาว่าถึงแม้จะได้รับยา atorvastatin ในช่วงสั้นๆ ก็มีผลต่อการลดลงของระดับปริมาณ Co-Q10 ในกระแสเลือด และยังชี้ให้เห็นอีกว่าอาการที่บ่งชี้ว่า Co-Q10 มีการถูกยับยั้งการสร้างอย่างกว้างขวางสามารถอธิบายได้ด้วยเนื่องมาจากการใช้อย่างแพร่หลายของยากลุ่ม Statin drugs เช่น อาการปวดกล้ามเนื้อ (myalgia), พบโปรตีนของกล้ามเนื้อในปัสสาวะ myoglobinuria ทั้งนี้ ยาตัวอื่นในกลุ่ม Statin drugs ก็มีผลเช่นกัน เช่น ยา Cerivastatin ก็มีผลอย่างรุนแรงในการยับยั้งการสร้าง Co-Q10 และได้ถูกห้ามใช้ไปแล้วเนื่องจากมีอาการไม่พึงประสงค์มากมายรวมทั้งมีทำให้มีคนเสียชีวิต

 

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมอาหารเสริมสำหรับลดระดับไขมันในเลือด ที่มีส่วนผสมของข้าวหมักแดง (Red yeast rice) ผสมกับถั่วหมัก (Natto kinase) จึงเริ่มเป็นที่นิยมในการใช้ทนแทนยาในกลุ่มดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก และจากผลการศึกษาของสถาบันทางการแพทย์ในไต้หวัน ซึ่งเป็นประเทศแรกๆ ที่เริ่มศึกษาเกี่ยวกับการใช้ Red yeast rice+Natto kinase ยังไม่พบรายงานการมีผลข้างเคียงจากการใช้ในระยะยาวอีกด้วย


ชื่อสามัญของยารักษาอาการไขมันในเลือดสูง มีด้วยกันหลายกลุ่ม เช่น Statins, Fibrates, Resin

กลุ่ม Fibrates ได้แก่ Gemfibrozil, Bezafibrate, Fenofibrate  ได้ผลดีในการลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ ลดคอเลสเตอรอลได้น้อยมากจนไม่ควรใช้เป็นยาตัวแรก
กลุ่ม Statins ได้แก่ Fluvastatin, Atorvastatin, Cerivastatin, Pravastatin, Simvastatin, ได้ผลดีในการลดไขมันคอเลสเตอรอล ส่วนการลดไขมัน ไตรกลีเซอไรด์ได้ผลปานกลาง
กลุ่ม Resin ได้แก่ Cholestyramine (Questran light) ได้ผลดีเฉพาะในการลดไขมันคอเลสเตอรอล  

 

ชื่อการค้า

Bezalip, Bezamil, Deopid, Dropid, Gemfibril, Gozid, Hidil, Ipolipid, Lescol, Lopid, Lipanthyl, Questran Questran Light, Lexemin, Lipison, Lipitor, Lipobay, Lipozil, Locholes, Mariston, Mevalothin, Norpid, Poli-Fibrozil, Polyxit, Polyzalip, Tiba, Simvor, Zocor (ไม่เรียงตามกลุ่ม โปรดดูชื่อสามัญ)


     กลไกการออกฤทธิ์ ลดไขมันในเลือดด้วยกลไกต่างๆกันในแต่กลุ่มย่อย นำไปใช้ในการรักษา ไขมันในเลือดสูง

ผลแทรกซ้อนที่สำคัญ
กลุ่ม Fibrates (Lopid,Lipanthyl) : นิ่วในถุงน้ำดี
กลุ่ม Questran : ท้องอืด ท้องผูก รับประทานยายาก
กลุ่ม Statins (ยาที่ชื่อสามัญมักลงท้ายด้วย-tin) : ตับอักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ

 

* ผลลัทพ์ที่ได้รับหลังใช้ Lo-Chole ในแต่ละบุคคลอาจไม่เหมือนกันขึ้นกับสุขภาพของผู้ใช้และปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย 

สินค้าอื่นๆ ของทางบริษัทฯ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ชำระล้างลำไส้, ผลิตภัณฑ์ดูแลตับ

Cr: หมอชาวบ้าน, หาหมอ.com

 

 

 

 

 

เพิ่มเป็นเพื่อนใน Line กับ Naturalcodeclub

เพื่อสอบถามสินค้าและรับโปรโมชันพิเศษจาก NaturalCodeClub ได้เลยค่ะ

Add Line: @naturalcodeclub หรือคลิ๊กด้านล่างเลย!

 

Add friend with naturalcodeclub

QR code of @naturalcodeclub

 
Lo Chole ผลิตภัณฑ์ลดไขมันในเส้นเลือด ปกติราคา 1,400.00 พิเศษ 1,200.00 บาท
Lo Chole ผลิตภัณฑ์ลดไขมันในเส้นเลือด 2 ขวด ปกติราคา 2,800.00 พิเศษ 2,100.00 บาท
Lo Chole ผลิตภัณฑ์ลดไขมันในเส้นเลือด 3 ขวด แถม 1 ปกติราคา 5,600.00 พิเศษ 3,600.00 บาท
Lo Chole + Organic Tea สำหรับผู้เป็นเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง ปกติราคา 2,490.00 พิเศษ 2,000.00 บาท
 
ราคา 1,400.00 บาท
โปรโมชั่น 1,200.00 บาท